หลายคน...ฝากความหวังไว้กับพรุ่งนี้
หลายคน...จ่อมจมอยู่กับวันวาน อยากให้ความสุขที่เลยผ่าน ย้อนคืนมาใหม่
หลายคน...มีิเงินร้อย เงินพัน ก็อยากได้เงินแสน
หลายคน...มีกระท่อม ก็อยากได้ คฤหาสน์ใหญ่ไว้นอนตากอากาศ หรือตีพุง
หลายคน...มีหน้าที่ ตำแหน่ง ก็อยากจะมีให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป
บางคน ...ไม่ได้คิด
ผมเอง ...ก็ไม่ได้คิด ไม่ได้คิด แม้ในมุมง่ายๆ ของเวลา แต่มีความสำคัญยิ่งว่า
"ทุกคน...เหลือเวลาชีวิต น้อยลงทุกที"
พิณ คืนเพ็ญ
"เวทีนี้ มีไว้เพื่อบันทึกและบอกเล่าเรื่องราวของคนสันภู ซึ่งเป็นเสมือนยุ้งข้าว คอยเก็บผลผลิตของฤดูกาลแห่งชีวิต ทั้งของตนและคนแรมทาง เป็นมุมเล็กๆมุมหนึ่งในครัวอักษรา แบ่งปันบางอย่าง ให้ได้อ่านคิดคุย มิได้ โดดเด่นดังดี อะไรดอก แค่ได้บอก เชื้อชวน ให้ขบบ้าง ก็เท่านั้น เพราะเชื่อว่า ถ้ายุ้งข้าวนี้ ทำให้คนได้อ่าน มากกว่าสิ่งที่ได้เขียน ก็คิดว่า ได้ทำหน้าที่อย่างยิ่งใหญ่แล้ว ก่อนที่ ถ้อยคำแห่งการพลัดพรากจะผุดเปล่ง ก่อนบทเพลงสุดท้ายแห่งชีวิตจะบรรเลง ตามกฎธรรมดา ก็เท่านั้น"
วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ป้อน..คำถาม
พ่อ : เมนูเด็ด อร่อยมาก
ลูก : อาไร
พ่อ : เกี๊ยวต้มยำ พิเศษ มีผักเยอะด้วย
ลูก : ผักไร
พ่อ : ผักบุ้ง ถั่วงอก หอม
ลูก : กินทำไม
พ่อ : กินผัก จะทำให้ผิวสวยและตาหวาน
ลูก : ผักบุ้ง?
พ่อ : ช่ายยย ...หม่ำเร้ววว
ลูกสาวหยิบช้อนตักผัก แล้วพูดว่า...
ลูก : มา ลูกจะป้อนพ่อ
พ่อ : ป้อนผักไร
ลูก : ผักบุ้ง
พ่อ : พ่อกินแล้ว ลูกกินเถอะ
ลูก : กินเมื่อไร
พ่อ : เมื่อกี้เนี่ย
ลูก : อ้าว หรอ...
พ่อ : ทำไมเหรอคะ
ลูก : ไ่ม่เห็นพ่อ ตาหวานเลย
พ่อ : .........เออ...น่าน....
พิณ คืนเพ็ญ
ป้อนข้าวลูกตอนเช้า เจอลูกป้อนคำถามกลับ
ลูก : อาไร
พ่อ : เกี๊ยวต้มยำ พิเศษ มีผักเยอะด้วย
ลูก : ผักไร
พ่อ : ผักบุ้ง ถั่วงอก หอม
ลูก : กินทำไม
พ่อ : กินผัก จะทำให้ผิวสวยและตาหวาน
ลูก : ผักบุ้ง?
พ่อ : ช่ายยย ...หม่ำเร้ววว
ลูกสาวหยิบช้อนตักผัก แล้วพูดว่า...
ลูก : มา ลูกจะป้อนพ่อ
พ่อ : ป้อนผักไร
ลูก : ผักบุ้ง
พ่อ : พ่อกินแล้ว ลูกกินเถอะ
ลูก : กินเมื่อไร
พ่อ : เมื่อกี้เนี่ย
ลูก : อ้าว หรอ...
พ่อ : ทำไมเหรอคะ
ลูก : ไ่ม่เห็นพ่อ ตาหวานเลย
พ่อ : .........เออ...น่าน....
พิณ คืนเพ็ญ
ป้อนข้าวลูกตอนเช้า เจอลูกป้อนคำถามกลับ
วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ดึกฮำฮอน
ดึกแล้ว
เมฆาเคลื่อน
ลมเย็นเยือน ใบกล้วยไหว
ดาวเต่า
เลยหัวไกล
ดาวช้างใหญ่
ปล่อยงวงลา
ฟ้ามืด
จางแสงส่อง
น้ำค้างต้อง
ยอดหญ้าหนา
หมอกหนาว
พราวล่วงฟ้า
เปียกขนตา เยือกเสียด ใจ
นกฮูก กรูกกรูกร้อง
ฟานโขกก้อง กังวานไพร
ดื่นดึก
เดี่ยวเดียวดาย
พิณกรีดสาย ลายฮ่ำฮอน
พิณ คืนเพ็ญ
ยอดดอยแม่ลิดหลวง
ก่อนปิดเทอม
วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555
เติมต้นเก่า
เก่าตาย มีใหม่เสริม เติมต้นเก่า
คนแก่เฒ่า ล้มหาย ได้ลูกหลาน
"อุดม อินทร"* เกษียณสิ้น วันวัยงาน
สร้างลูกบ้าน "คงพิสิษฐ์"* ชิดทดแทน
ชีวิตจริง คนเรา ก็เท่านี้
ใช่จักมี จีรัง นั่งยึดแท่น
วันนี้มี วันหน้าไป ไกลต่างแดน
ล้วนเปล่าแปน หายหนี ไม่จีรัง
แล้วจะเอา อะไรนัก หนอสูเจ้า
รู้ไหมเล่า ก็เท่านี้ ที่ปลูกฝัง
เก่าตายไป ใหม่แทน ทุกที่ทาง
จิตต้องว่าง วางเว้น เห็นใน ธรรม
พิณ คืนเพ็ญ
*กรณีวิทยากรอบรมเรื่องกฎหมายฯ ณ บ้านไม้แดง แม่สะเรียง ซึ่งวิทยากรเกษียณอายุราชการพอดี คือ ท่านอุดม อินทรเวชวิไล และมีท่าน คงพิศิษฐ์ ไชยวงศ์ เป็นทีมงานและมาร่วมเป็นวิทยากร ด้วย
คนแก่เฒ่า ล้มหาย ได้ลูกหลาน
"อุดม อินทร"* เกษียณสิ้น วันวัยงาน
สร้างลูกบ้าน "คงพิสิษฐ์"* ชิดทดแทน
ชีวิตจริง คนเรา ก็เท่านี้
ใช่จักมี จีรัง นั่งยึดแท่น
วันนี้มี วันหน้าไป ไกลต่างแดน
ล้วนเปล่าแปน หายหนี ไม่จีรัง
แล้วจะเอา อะไรนัก หนอสูเจ้า
รู้ไหมเล่า ก็เท่านี้ ที่ปลูกฝัง
เก่าตายไป ใหม่แทน ทุกที่ทาง
จิตต้องว่าง วางเว้น เห็นใน ธรรม
พิณ คืนเพ็ญ
*กรณีวิทยากรอบรมเรื่องกฎหมายฯ ณ บ้านไม้แดง แม่สะเรียง ซึ่งวิทยากรเกษียณอายุราชการพอดี คือ ท่านอุดม อินทรเวชวิไล และมีท่าน คงพิศิษฐ์ ไชยวงศ์ เป็นทีมงานและมาร่วมเป็นวิทยากร ด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)