วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

มรรคาวิถี

           ...ลมร้อนอ้าวแดด กลางเดือนเมษา พัดอวลไอระอุมาเป็นระลอก ๆ  หากถามคิดกันเล่น ๆ เพื่อเล่นสนาน ท่ามกลางลานร้อนลม ที่พัดพาในช่วงนี้ ว่า แมลงปอปีกสวย สามารถเป็นไผ่ ลำงาม, เป็น นก ผู้ชำนาญการว่ายฟ้า หรือเป็นเจ้า กษัตริยา ของมนุษยชาติได้ไหม?  แน่นอน โดยตรรกะทางกายภาพ, ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หรือศาสตร์อื่นใดที่เรามี ย่อมรู้เป็นฐานเดียวกันว่า แมลงปอ เป็น กอไผ่  ไม่ได้  ต่อให้มีปีกบินฟ้าได้ดังนก ก็หาเป็น นก ได้ไม่...

          ...อีกไม่นาน หลังลมร้อนซาสาย ไฟป่าซาควัน และวันฝนพรำพื้น  คงได้เห็นความงามของพืชและไม้ป่าเขียวขจีกันอีกครั้ง ครานั้น จะได้เห็นหน่ออ่อนของไผ่กอ ค่อยๆ แทงดินเยี่ยมฟ้า กว่าจะเสียดยอดโผล่พ้น จนสามารถเนิ้งลำไหวเอนเล่นลมได้นั้น ย่อมต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา แม้นรูปลักษณ์ อาจผิดแผกแตกต่างไปบ้าง ในแต่ละข้อปล้อง เช่น เล็ก ใหญ่ หัก ตรง โค้ง งอ ตามรอยทางที่เข่นเฆี่ยน  ซึ่งมิอาจสมดั่งใจ ที่หวังไว้แต่เดิม ก็ตามที แต่สุดท้าย ไผ่ก็ยังหยัดลำยืนต้น เป็น ไม้ไผ่  ได้อย่างทรนง และคงเผ่าพันธุ์ของมันไว้ได้ หาได้แผกเหล่าแตกกอ เป็นมะม่วง มะนาว ไม่  ....

....นกนางนวล โจนาธาน แสวงหาวิถีแห่งอิสรภาพ จึงหยัดกล้า ปฏิวัติ  กางปีกว่ายฟ้า นอกมรรคาวิถี ที่นกทั้งหลายเคยบิน ท่ามกลางกระสุนค้านคัดและมรสุมหยามหยัน จากผองพวก ด้วยกัน ทำนองว่า บ้าไปแล้วบ้าง นอกคอกบ้าง นอกรีตบ้าง  ทั้งนี้ เนื่องเพราะต่างจากความเคยชินและวิถีแห่งนางนวลที่เคยเป็นมา  อย่างไรก็ตาม เจ้าโจนาธาน ก็เพียรพยามเสาะแสวงหา บิน บิน บิน และบิน จนบรรลุสู่ อิสรภาวะ ที่งดงามได้ แน่นอน นกขี้ขลาดหรือนางนวลอ่อนแอ ย่อมไม่มีทางทำได้....

....เหล่าวีรบุรุษของชาติชน เช่น มหาตมะ คานที ลุงโฮฯ แห่งเวียงเวียด และเหล่ามหาราชกษัตริยา ทุกแผ่นดิน ล้วนแล้วแต่เจ็บปวดแผล อันเกิดจากการต่อสู้กับอริราชศัตรู ในรอยทางของวันเวลา ที่เนิ่นนาน มาแล้วทั้งสิ้น   ผิวกาย ภายนอก จึงฟกช้ำ ดำกร้าน แข็งหยาบ และสากหนา ตามเหตุ ปัจจัย ด้วยกันทั้งนั้น แต่หากระทบและเกิดแผล แห่งโลกภายในแม้แต่น้อย ทุกท่านต่างยืนหยัด ต่อสู้ ในวิถีแห่งตน จนสามารถประกาศชัยได้อย่างสง่างาม ....

.......เหล่าไผ่  นางนวล คน(วีรบุรุษ) ทั้งหลาย ล้วนมีความต่างในความเหมือน  ความต่างใน ธงทาง ของใครของมัน แต่ล้วนมีความเหมือน ในการหยัดยืนและมั่นคง ในมรรคาวิถีแห่งตน ว่าสามารถชูธงไสวไกวสบัดได้ ท่ามรุ่งอรุณแห่งชัย ของฟ้าวันใหม่ ในวันหนึ่ง...

..... เมื่อมองวิถีแห่งการหยัดยืน ใน ธงทาง ที่ชัดเจนทั้งกอไผ่ นก คน แล้ว จะเห็นได้ว่า ทั้งหลาย  มุ่งมั่นที่จะเดิน เดิน เดิน และเดิน   บิน บิน  บินและบิน ฯลฯ ในวิถีแห่งตน  เปียกเปื้อนอุปสรรค แต่มิมี ริ้วรอยแห่งความระย่อท้อถอย แม้แต่น้อย ทั้งหลาย จึงสู่ฝั่งฝัน ได้สำเร็จ...

.......ด้วยเหตุประการนี้ หากแมลงปอตัวน้อย จะลองเยี่ยง ไผ่ นก บ้าง  โดยมุ่งมั่น ค้นหา ธงทาง  แห่งตน เริ่มต้นที่ก้าวแรก อันมั่นคงและมั่นใจ 

 ......ไม่แน่ดอก ลมร้อนอ้าวแดด กลางเดือนเมษา พัดอวลไอระอุมาเป็นระลอก ๆ อาจหอบชัย มายามเยือนเจ้าก็ได้นะแมลงปอ  คำถามเล่นๆ เพื่อเล่นสนุกสนาน ท่ามกลางลานลมร้อน ว่า แมลงปอ เป็น ไผ่ เป็น นก ได้หรือไม่ เจ้าเท่านั้นที่รู้ .....


     พิณ คืนเพ็ญ
ร้อนลมเมษา ห้าเจ็ด
     แม่สะเรียง

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บทกวีความรัก

บทกวีความรัก - อ. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
http://player.soundcloud.com/player.swf?url=http%3A%2F%2Fsoundcloud.com%2Fnattapong%2Fc-fakepath-03
"ความรัก"
ความรักไม่ต้องการแค่วันเดียว
ความรักไม่ต้องเกี่ยวกับวันไหน
ความรักไม่ต้องมีเวลาใด
ความรักไม่ต้องใช้ให้ใครชี้

ความรักไม่ต้องมีข้อวิจารณ์
ความรักไม่ต้องการการกดขี่
ความรักไม่ต้องให้ใครตราตี
ความรักไม่ต้องมีเส้นพรมแดน

ความรักไม่ต้องรอข้อพิสูจน์
ความรักไม่ต้องพูดตามแบบแผน
ความรักไม่ต้องการสิ่งตอบแทน
ความรักไม่ต้องแค่นหัวใจคน

ความรักไม่ต้องการการเป็นต่อ
ความรักไม่ต้องรอขอเหตุผล
ความรักไม่ต้องย้ำความมีจน
ความรักไม่ต้องทนที่จะรัก

ความรักคือหัวใจให้แก่กัน
ความรักคือนิรันดร์มั่นสมัคร
ความรักคือศรัทธาสามิภักดิ์
ความรักคือความประจักษ์ในใจเรา

ความรักคือนิยายไร้นิยาม
ความรักคือความงามใช่ความเขลา
ความรักคือหมอกควันอันบางเบา
ความรักคือการเฝ้าเข้าใจกัน

ความรักคือสำเนียงเสียงปลอบปลุก
ความรักคือความทุกข์และสุขสันต์
ความรักคือเสน่ห์หาสารพัน
ความรักคือความฝันอันตราตรู

ความรักคือศิลปะของหัวใจ
ความรักคือสายใยโยงใจอยู่
ความรักคือการให้ไม่หมายรู้
ความรักคือใจผู้รู้ค่ารัก

ใบศรี
เหมือนไข่มุกเมื่อหล่นบนจานหยก
วณิพกพ่ายสิ้นเพียงยินเสียง
มธุรสโอษฐ์ฉะอ้อนประอรเอียง
ดาลเผดียงดาเรศเนตรอนงค์

รอยลักยิ้มริมแก้มเมื่อแย้มยิ้ม
พิศยิ่งพิมพ์ใจพึงตะลึงหลง
ช้อนชะม้ายชายมาพาพะวง
อยากผจงจุมพิตสนิทนวล

เกล้ากระหวัดรัดเกี้ยวเกลียวเกศแก้ว
รอยไรแนวเนียนระดับรับถี่ถ้วน
เจ้าปักปิ่นปัทมาค่าเคียงควร
ชดช้อยชวนเชยหวังระวังแวง

เทียบทุกคำที่เขียนคือเทียนไข
ผู้เผาไหม้ตัวเองเพื่อเปล่งแสง
ยิ่งค่าความงามเทิดเจิดแจรง
ยิ่งเสียดแทงหัทยางค์ให้ร้างเลย

อย่าให้เหมือนใบศรีที่เบิกขวัญ
พอเสร็จพลันเป็นใบตองนะน้องเอ๋ย
ถนอมหน่อยอย่าลอยร้างไปอย่างเคย
เก็บไว้เชยเมื่อช้ำเช็ดน้ำตา

บนลานอโศก
หยาดน้ำแก้วกลอกกลิ้งกิ่งอโศก
โลกทั้งโลกลอยระหว่างความว่างเปล่า
มีความรื่นร่มเย็นแผ่เป็นเงา
ลมแผ่วเบาบอกลำนำคำกวี

เราพบกันฝันไกลในความรัก
เริ่มรู้จักซึ้งใจในทุกที่
มีแต่เรามิมีใครในที่นี้
ใบไม้สีสดสวยโบกอวยชัย

อยากให้รู้ว่ารักสักเท่าฟ้า
หมดภาษาจะพิสูจน์พูดรักได้
เต็มอยู่ในความว่างกว้างและไกล
คือหัวใจสองดวงห่วงหากัน

หลับตาเถิดที่รักเพื่อพักผ่อน
ฟังเพลงกลอนพี่กล่อมถนอมขวัญ
ใจระงับรับใจในจำนรรจ์
ต่างแพรพันผูกใจห่มให้นอน

โอ้ดอกเอ๋ยดอกโศกตกจากต้น
เปียกน้ำฝนปนทรายปลายเกษร
โศกสำนึกหนาวกมลคนสัญจร
นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะร่อนลง

เมตตาแล้วแก้วตาอย่าทิ้งทอด
ช่วยให้รอดอย่าปล่อยบินลอยหลง
จะหุบปีกหุบปากฝากใจปลง
ขอเกาะกรงแก้วกมลไปจนตาย

งามเอยงามนัก
แฉล้มพักตร์ผ่องเหมือนเมื่อเดือนฉาย
งามตาค้อนคมเยื้องชำเลืองชาย
ลักยิ้มอายแอบยิ้มงามนิ่มนวล

จะห่างไกลไปนิดก็คิดถึง
ครั้นดื้อดึงโดยใจก็ไห้หวล
ถนอมงามน้ำใจควรไม่ควร
ให้ปั่นป่วนทั่วทุกยามนะความรัก

ผีเสื้อทิพย์พริบพร้อยลอยแตะแต้ม
เผยอแย้มยิ้มละไมใจประจักษ์
ทุกก้านกิ่งมิ่งไม้เหมือนทายทัก
ร้อยสลักใจเราให้เฝ้ารอ

ฝันถึงดอกบัวแดงแฝงผึ้งภู่
คล้ายพี่อยู่เป็นเพื่อนในเรือนหอ
ชื่นเสน่ห์เกษรอ่อนละออ
โอ้ละหนอหนาวนักเอารักอิง

ในห้วงความคิดถึงซึ่งเงียบเหงา
ใจสองเราเลื่อนลอยอย่างอ้อยอิ่ง
คอยคืนวันฝันเห็นจะเป็นจริง
โลกหยุดนิ่งในสนิทแนบนิทรา

ร่มอโศกสดใสในความฝัน
ร่มนิรันดร์ลานสวาทปรารถนา
ร่มลำธารสีเทาเจ้าพระยา
และร่มอาณาจักรความรักเรา.

อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
.........................................
 
ขอบพระคุณบทกวีที่ทรงคุณค่า และจารจดนิยามแห่งความรักไว้อย่างลึกซึ้ง ครอบคลุม และอ่อนหวานยิ่งนัก ขอคารวะด้วยใจจริง
 
พิณ คืนเพ็ญ
 

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สวรรค์

           เช้าวันหยุด ที่สุดแสนผ่อนคลาย ขณะคุณพ่อกำลังทอดน่องความคิด พร้อมๆกับหยาดพรมความฉ่ำชุ่มแก่มวลไม้ดอก ลูกสาววัยกระเปี๊ยก ก็วิ่งหน้าตื่นตาตั้ง ตะโกนด้วยเสียงอันดัง เป็นใบเบิกทาง...
ลูก : พ่อจ๋า ๆ นางฟ้ากับเทวดาน้อย มีจริงๆ ด้วย
ผู้เป็นพ่อฉงน แต่ก็ตั้งหลักพิจ พร้อมรำพึงท่ามสายลมเรียบเฉื่อยของเช้าอันอ่อนนุ่ม
อืมมม...จะมาไม้ไหนอีกหนอ
พ่อ : นางฟ้า เทวดา อะไรเหรอลูก
ลูก : ก็โอวันตินไง (เจ้าลูกหมาตัวน้อย คุณตาของเธอนำไปฝังใต้ต้นขนุน เมื่อเดือนก่อน) ตอนนี้ไปอยู่สวรรค์กับนางฟ้าเทวดาน้อยแล้ว
พ่อ : ลูกรู้ได้ยังไง
ลูก : ก็ในดินไม่มีโอวันตินแล้ว แสดงว่าไปอยู่สวรรค์แล้ว
พ่อ : เหรอ
ลูก: ค่ะ แล้วพ่ออยากไปสวรรค์ไหม
พ่อหยุดคิดนิดนึง พร้อมพยักหน้าต่างคำตอบ
ลูก : พ่ออยากเห็นนางฟ้าเทวดาน้อยไหม
พ่อหงึกหงักอีกครั้ง
ลูก : ถ้าอยากไปสวรรค์ ต้องรักษาศีล ศีลจะทำให้ไปสวรรค์ค่ะ
พ่อ: ........อืมมมม...... ก่อนหงึกหงักอีกครั้ง

       พิณ คืนเพ็ญ

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

ก่อฝัน


"ณ คืนฟ้าฉ่ำดาว 
หยดหนาวค้างใบ
สงัดเสียงเพลงใบไม้
ฉันสุมไฟ...ก่อฝัน..."

      ท่ามกลางราตรีอันยะเยือกหนาว ดวงดาวแต่งแต้มฟ้าเรียงราย ลมหนาวบนดอย ช่างสุดจะบรรยาย แต่หนาวกายหาได้สะเทือนถึงหัวใจ เพราะมีโอกาสได้สุมไฟก่อฝัน ฟังและใคร่ครวญคำงาม จากวิถีของผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และทางแห่งชีวิต เป็นผู้มีมิติแห่งการให้เกื้อกูลเพื่อปรุงฝันแด่ผู้อื่น แม้ท่านทั้งสองอาจสูงด้วยศักดิ์ หน้าที่ การงาน ภูมิรู้ และภูมิฐาน แต่กลับใช้ชีวิตเรียบง่าย ซึ่งอาจหาได้มิมากนัก ช่างมีภูมิธรรมและมรรคปฏิบัติงามยิ่ง ....
       นับเป็นเกียรติสำหรับผมและคณะที่ได้มีโอกาสต้อนรับ รับฟังและชื่นชมสิ่งที่ดีงามจาก ท่านทั้งสอง คุณหมออุสาห์ บุนนาค และคุณลุงน้อย อรชุน บุนนาค ครับ

   พิณ คืนเพ็ญ
โรงเรียนบ้านแม่ลิด