.......ฟางข้าวใหม่ หอมกรุ่น อุ่นทรวง
.......ลมหนาวแผ่วผ่าว ร้าวหน่วง ดวงจิต
.......ลำธารใส ไหลสาย ชวนพิศ
.......ลำชีวิต ไหลลาย สู่หนใด
.................เถียงนาน้อย บนดอยแม่จอโกล๊ะ...........
............การเข้าค่ายลูกเสือของศูนย์เครือข่ายฯแม่นาจาง ปีนี้ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลังเสร็จสิ้นงานแล้ว ทีมงานเลยทำการสรุปแนวปฏิบัติที่ดีเลิศ และถอดบทเรียนจากการทำงาน จับประเด็นรวมๆ ได้ ดังนี้
.........อย่างแรก เราพบว่า มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา สังเกตได้ว่า ประชุมล่วงหน้า 5-6 วัน แล้วระดมคนมาช่วยกันเตรียมงาน ตัดไม้ ขนถ่ายวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องเสียง ฯลฯ เหนื่อย แต่แล้วเสร็จตามรูปแบบ หากแต่ยังขาดความละเอียดของเนื้องาน อยู่บ้างบางส่วน
.........อย่างที่สอง เราโชคดี โชคดีที่ว่า คือ มีครูที่เป็นตัวหลักและมีประสบการณ์ในการจัดค่ายลูกเสือ จึงนำพาน้องๆ เตรียมงาน ดำเนินงาน ให้ผ่านพ้นไปได้ ด้วยดีในระดับหนึ่ง
.........อย่างที่สาม บุคลากรมีน้อย เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เนื่องจาก ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ แยกไปจัดต่างหาก ครูบางส่วนจึงต้องไปเตรียมการที่นั่น กำลังหลักบางท่านจึงหายไป
........อย่างที่สี่ กิจกรรม ตลอดสามวัน นั้น ในส่วนของฝ่ายอาหาร ฝ่ายต้อนรับ ฝ่ายสถานที่ ทุกคนช่วยกันดีมาก โดยไม่ติว่า จะมีชื่อตนในคำสั่งหรือไม่ หากแต่ช่วยกันด้วยใจ ตรงนี้คือความงดงามและเป็นจุดแข็ง
........อย่างที่ห้า ฝ่ายพิธีการ ยังขาดการทำงานเป็นทีม มีผู้นำกิจกรรมเพียงบางคนแถมยังผูกขาดตลอดงาน นอกนั้น เลือกที่จะเป็นผู้ตาม หรือมีบ้างซึ่งเลือกที่จะหลุดจากวงโคจร คิดว่าคงจะเป็นเรื่องของการมี อารมณ์ร่วม ในกิจกรรม มากกว่า
.......อย่างที่หก รูปแบบกิจกรรม การดูแลจัดการ รวมถึงการดูแลเด็กๆ อาจจะยังไม่รัดกุมเท่าที่ควร ที่ประชุมให้เหตุผลว่า ด้วยข้อจำกัดของเวลา
.......เอาล่ะ จากการประมวลประเด็นต่างๆ อย่างคร่าวๆ ทั้งหมดนั้น น้ำหนักส่วนใหญ่จะเทมา ทางการปรับปรุง แก้ไข เพื่อให้งานของเราในปีต่อๆไป ดียิ่งขึ้น เป็นการติ เพื่อก่อ มากกว่าวิพากษ์วิจารณ์แล้วไม่ทำอะไรสักอย่าง เราไม่ปฏิเสธว่า มีข้อจำกัดด้านเวลา ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ปฏิเสธความผิดพลาดหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น จากการทำงานในครั้งนี้ พร้อมน้อมรับทุกสิ่งทุกอย่าง ว่านี่คือ นาฏกรรมร่วม ของพวกเรา แต่สิ่งหนึ่ง ที่ยังชื่นใจอยู่เสมอก็คือว่า เราเคยสร้างมาตรฐานการเข้าค่ายลูกเสือ เมื่อปีก่อน ได้อย่างภาคภูมิใจและน่าชมเชย ลงตัวเกือบจะทุกอย่าง โดยประเด็นทั้งห้าหกข้อที่กล่าวมานี้ ถูกปิดมิดจนไม่มีช่องโหว่ นั่นเป็นมาตรฐาน เป็นมาตรฐานที่ทีมงานส่วนหนึ่ง ในวันนั้น ก็คือทีมงานส่วนหนึ่งในวันนี้....ได้เคยทำไว้
.......อย่างไรก็ตาม ..วันเวลา เปลี่ยน สถานที่เปลี่ยน ผู้คนเปลี่ยน ตัวป้อนเปลี่ยน กระบวนการเปลี่ยน ผลที่เกิดขึ้น ก็ย่อมต้องเปลี่ยนตามเหตุปัจจัย เป็นธรรมดา มันคือความจริง ที่ต้องยอมรับ แต่สิ่งงดงามของวันนี้ คือทำให้รู้คุณค่าของวันนั้น และวันนี้ทำให้ไม่ยึดมั่นกับวันนั้น หากยืนอยู่บนการเปลี่ยนแปลง อย่างรู้เท่าทันและพยายามอยู่ให้เหนือการเปลี่ยนแปลง นั่นแหละ จึงจะถือว่า เป็นมาตรฐานที่อยากไปให้ถึง ทั้งในฐานะปัจเจก และทีมงาน ทุกคน ในศูนย์ฯ
......เป็นกำลังใจให้กับพี่น้อง เพื่อนพ้องทุกคน ให้ยืนอยู่ เข้าถึง การเปลี่ยนแปลง อย่างรู้เท่าทัน
แม้...เถียงนาน้อย...บนดอยแม่จอโกล๊ะ เก่า โทรม เอนข้างฝักใฝ่ ข้างใดข้างหนึ่ง อย่างเห็นได้ชัด
........ฟางข้าวใหม่ แห้ง ถูกหมอก และอบแดดตลอดวัน ตกเย็นมา ส่งกลิ่นหอมกรุ่น นวนนุ่ม ละมุนทรวง
........น้ำใส ไหลสาย รินรวม จากต้นน้ำปลายดอย สู่สายธาร สดับเสียง มิขาดสิ้น ได้ยลยิน ตลอดคืน
........ไหลทุกวัน ไหลทุกคืน่ มิหยุด มิจบ มิสิ้น
........ดุจชีวิต ที่ถูกไหลด้วย ความไม่เที่ยงแห่งสังขาร มิหยุด มิจบ มิสิ้น เช่นกัน
........เวียนว่าย ในวังวน สังสารวัฏ จนกว่า.......จะอยู่เหนือการเปลี่ยนแปลง นั่นแหละ
.........จึงจักหยุด จักจบ จักสิ้น..........
.................คำหอม จากฟ้างข้าว เถียงนาน้อย ลุ่มดอย อบต. แม่จอโกล๊ะ พินิจอยู่เหนือการเปลี่ยนแปลง
..........................สิบเอ็ด กุมภา ห้าสี่...........
..........................พิณ คืนเพ็ญ ...................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น