วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

ขุนเขายะเยือก 42



ใบไม้ผลิปีกลาย  
เมื่อสกุณาขับขานบทเพลง
ข้าพเจ้าก็หวนคะนึงถึงญาติมิตรพี่น้อง
ใบไม้ร่วงปีนี้  
เมื่อดอกเบญจมาศบานเบิก
ข้าพเจ้าหวนนึกถึงวันเวลาในวัยเด็ก
เมื่อสายน้ำสีมรกตส่งเสียงร้องในสายธาร
และเมื่อเมฆเหลืองปกคลุมท้องฟ้า
โอ้  ช่วงเวลายาวนานแห่งชีวิต
ข้าพเจ้าย้อนคะนึงถึงวันเวลาในอดีตด้วยใจที่หม่นหมอง.

จากหนังสือ ขุนเขายะเยือก บท ๔๒ นักพรตฮั่นชาน รจนา ,พจนา จันทรสันติ ถอดความ

ขุนเขายะเยือก 46



ผู้คนแลเห็นบุรุษแห่งขุนเขายะเยือก
เขาล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า 
" นี่คือเจ้าคนบ้า
ไม่มีใครอยากมองหน้ามันซ้ำสอง
ห่อหุ้มร่างด้วยผ้าขี้ริ้ว
สิ่งที่เราพูดมันก็ไม่เข้าใจ
คำที่มันกล่าวเราก็ไม่รู้เรื่อง "
ถ้อยคำของพวกท่านล้วนไม่น่าใส่ใจ
ลองไปเยี่ยมเยือนขุนเขายะเยือกดูสักครั้ง.
( ขุนเขายะเยือก บท ๔๖ นักพรตฮั่นชาน รจนา ,พจนา จันทรสันติ ถอดความ )

ขุนเขายะเยือก 76



บัดนี้ข้าพเจ้าหลงเหลือเสื้อผ้าอยู่ตัวหนึ่ง
ไม่ใช่ผ้าฝ้าย 
ไม่ใช่ผ้าไหม
ท่านอยากรู้ไหมว่าเป็นผ้าสีอะไร
ไม่ใช่สีแดง
ไม่ใช่สีม่วง
หน้าร้อนก็ใส่เป็นชุดลำลอง
หน้าหนาวก็สวมต่างเสื้อนวม
ใส่ได้ทั้งหน้าร้อนหน้าหนาว
ปีแล้วปีเล่า....มีเพียงเสื้อตัวนี้.
( ขุนเขายะเยือก บท ๗๖   ขุนเขายะเยือก นักพรต ฮั่นชาน รจนา พจนา จัทรสันติ ถอดความ )

ขุนเขายะเยือก 75



ข้าพเจ้าอยู่อย่างเกียจคร้านมาชั่วชีวิต
เกลียดชังแบบแผน ชื่นชอบในสิ่งง่ายๆ
ผู้อื่นอาจศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์
แต่ข้าพเจ้าเพียงมีคัมภีร์อยู่ม้วนหนึ่ง
ไม่สนใจที่จะมัดไว้หรือใส่กล่อง
ไม่เดือดร้อนที่จะต้องเอาติดตัวไปหนไหน
เหมือนหมอที่รู้จักตัวยารักษาโรค
เพียงหยิบฉวยสิ่งที่มีอยู่ มาช่วยเหลือโลก
เพียงเมื่อดวงจิตเป็นอิสระ จากความกังวล
แสงแห่งปัญญา จึงจะฉานฉายไปทุกซอกมุมของชีวิต.

( ขุนเขายะเยือก บท ๗๕ )
 ขุนเขายะเยือก นักพรต ฮั่นชาน รจนา พจนา จัทรสันติ ถอดความ)