วันหยุดวันนี้ ผมชอบและมีความสุขมากๆ เริ่มจากตื่นนอน นั่งคุยกับเด็กนักเรียนพักนอนที่โรงเรียน แล้วพาพวกเขาทำความสะอาดบริเวณ รดน้ำดอกไม้ รดน้ำต้นไม้ รดน้ำผักต่างๆที่ปลูกไว้ แถมปลูกเพิ่มเติมอีกอย่าง คัดแยกขยะเพื่อนำไปขาย ปัดกวาดเช็ดถู ตรงนั้น ตรงนี้บ้าง ซึ่งเป็นงานง่ายๆ แต่ทำแล้วมีัความสุขอย่างบอกไม่ถูก เป็นงานเล็กๆ แต่ขยายเป็นชิ้นใหญ่ งานโตได้ อย่างอัศจรรย์
ว่าไปแล้ว คนเราทุกวันนี้ มักแยกความสุขกับการทำงานออกจากกัน เห็นได้จาก บางคนพอเลิกงานก็บอกเป็นเวลาเริ่มต้นของความสุข บางคนพอวันหยุดก็บอกเป็นเวลาสิ้นสุดของความทุกข์ที่รัดรึงและเป็นการเริ่มต้นแห่งการลั้ลลา...อะไรต่างๆ นานา ตามประสา
ไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือการลั้ลลานอกเวลาทำงาน ดังที่่ว่านั้น มันย่อมสะท้อนโลกทัศน์ของคนทำงานในยุคสมัย ได้ว่า ความสุขกับงานที่เขาทำนั้น มีเส้นกั้น ขีดแบ่ง กันอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากหลายเหตุปัจจัย อาทิ งานที่ทำไม่อาจเป็นเหตุให้เกิดความสุขได้ หนึ่ง หรือเขาไม่อาจสร้างสุขจากการทำงานได้ หนึ่ง
โดยส่วนตัวแล้ว สิ่งสำคัญของการทำงาน คือ การมุ่งความสำเร็จดังเป้าที่ตั้งไว้ แต่สิ่งยิ่งใหญ่คือต้องได้รับความสุขจากการทำงานนั้นด้วย
จะมีความหมายใด หากความสำเร็จมีมากมาย แต่ตั้งอยู่ได้บนซากกองของความทุกข์ทน
จะมีความหมายใด ที่ผลงานสำเร็จ แต่ปลอดเงาเม็ดของความสุขติดตามกาย
นั่งคิด ตรึกตรองได้ความสัมพันธ์พื้นฐาน ของงาน ความสุข และความสำเร็จ ดังนี้
1 งาน = สำเร็จ
2 งาน = สุข
3 งาน = สุข+สำเร็จ
เห็นได้ว่างาน มีตัวชี้วัด เป้าหมาย คือความสำเร็จ หากไ่ม่สำเร็จ แสดงว่า สิ่งที่ทำนั้นยังไม่บรรลุ (1)
ในขณะที่ งาน ก็ต้่องเป็นเหตุ ปัจจัย ให้เกิดสุข ผู้ทำงานเอง ก็ต้องรู้จักสร้างสุขจากการทำงานได้เช่นกัน (2)
โดยพื้นฐาน ทั่วไป เรารับรู้และเข้าใจ ว่างานที่ทำต้องสำเร็จ (งาน= สำเร็จ) เพียงฝ่ายเดียว
แต่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับ งานที่ทำ ต้องสร้างสุข สักเท่าใดนัก
ในวันที่ความรัดรึงบีบเค้นหัวใจของคนทำงาน วันที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยทุกข์จากภาระงานอันหนักอึ้ง มันสอนให้เราต้องทำความเข้าใจและเปลี่ยนโลกทัศน์ใหม่กับงานแล้วหละ ว่า งาน จะมุ่งความสำเร็จโดยปราศจากความสุขไม่ได้ เพราะไม่ใช่แนวทางสู่ความยั่งยืน รากแขนงหนึ่งของความยั่งยืนในสังคม มาจาก การสร้างสุขจากงานที่ทำ (งาน= สุข) และควรเป็นความสุขที่นำหน้า ความสำเร็จในทุกคราวครั้งที่ลงมือทำอะไรเสียด้วยซ้ำ ที่สำคัญก็คือ ความสุขและความสำเร็จเป็นหนึ่งเดียวกันที่มีอยู่้ในงาน
หัวใจทั้งหมด จึงอยู่ที่การเห็น การเข้าใจ ธรรมชาติ ทั้งธรรมชาติของงาน และธรรมชาติของจิตไปพร้อมๆ กัน
ใครสามารถทำให้ งาน พบสุข พร้อมๆกับความสำเร็จ ได้ นับว่า ผู้นั้นเข้าใจในธรรมชาติทั้งของงานและธรรมชาติของจิตอย่างเหมาะสมและลงตัว ถือเป็นผู้ที่มีความชาญฉลาด ในการใช้ และเข้าถึงชีวิต
ครับโดยส่วนตัวผมเอง ก็สามารถทำได้ ตาม 1 บ้าง ตาม 2 บ้าง ตาม 3 บ้าง แต่พูดก็พูด ยังไม่ยั่งยืน บางทีก็ผีเข้าผีออก ซ้ำร้ายไม่ได้สักอย่าง ก็ยังมี
แต่อย่างไรก็ตาม ...ตราบที่ยังมีลมหายใจ ยังต้องหมั่น ฝึก ฝน พัฒนาตน ทำให้ได้ทั้ง 3 ข้อ และทำให้ ข้อ 3 เกิดความยั่งยืน ให้ได้
นับจากนี้ ไม่มีเหตุผล หรือข้ออ้างอื่นใด นอกจาก พยายาม พยายาม เพื่้อสร้างสุขจากการทำงาน สร้างสุขจากชีวิต และสร้างสุขจากทุกข์ระทมขมขื่น ให้เกิดจงได้ เพราะนั่น คือ ยอดคนหล่ะ
อยากเป็นยอดคนมั๊ย อยากเป็นก็ต้องพยายาม
พิณ คืนเพ็ญ
เช้าอาทิตย์ ให้กำลังใจตนเอง ดูตนเอง พัฒนาตนเอง
แม่ลิดแดดอุ่น
10 ก.พ. 56
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น